Top
 

วิทยาการคำนวณ ป.5 หน่วย 3 เรื่อง ใช้อินเทอร์เน็ตค้นหาข้อมูล สื่อสาร ทำงานร่วมกัน การประเมินความน่าเชื่อถือของข้อมูล

Imagineering Education / บทเรียนวิชาวิทยาการคำนวณ  / DIGITAL KIDS  / วิทยาการคำนวณ ป.5 หน่วย 3 เรื่อง ใช้อินเทอร์เน็ตค้นหาข้อมูล สื่อสาร ทำงานร่วมกัน การประเมินความน่าเชื่อถือของข้อมูล

วิทยาการคำนวณ ป.5 หน่วย 3 เรื่อง ใช้อินเทอร์เน็ตค้นหาข้อมูล สื่อสาร ทำงานร่วมกัน การประเมินความน่าเชื่อถือของข้อมูล

ระดับชั้น : ประถมศึกษาปีที่ 5
หน่วยที่ : 3
เรื่อง : ใช้อินเทอร์เน็ตค้นหาข้อมูล สื่อสาร ทำงานร่วมกัน การประเมินความน่าเชื่อถือของข้อมูล
สาระ : สาระที่ 4 เทคโนโลยี
ตัวชี้วัด :
ว 4.2 ป.5/3 ใช้อินเทอร์เน็ตค้นหาข้อมูล ติดต่อสื่อสารและทำงานร่วมกันประเมินความน่าเชื่อถือของข้อมูล

ทักษะการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร

(ICT Literacy ) คือ ทักษะการใช้อุปกรณ์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในการสืบค้น จัดกระทำประเมินและสื่อสารข้อมูลความรู้ตลอดจนรู้เท่าทันสื่อโดยการใช้สื่อต่างๆ ได้อย่างเหมาะสมมีประสิทธิภาพ

 

 

*เนื้อหาและรูปภาพการ์ตูนลิปดาโพล่านี้คือตัวอย่างหนังสือวิทยาการคำนวณ เป็นลิขสิทธิ์ของบริษัทอิมเมจิเนียริ่ง เอ็ดดูเคชั่น จำกัด ไม่อนุญาตให้นำภาพประกอบไปใช้ในเชิงธุรกิจหรือแสวงหาผลกำไรต่าง ๆ หากต้องการนำเนื้อหาและรูปภาพไปใช้รบกวนติดต่อทีมงานก่อนทุกครั้ง เพื่อส่งเรื่องให้ทางผู้บริหารพิจารณาอนุมัติ

ลักษณะการติดต่อสื่อสารและทำงานร่วมกันโดยใช้อินเทอร์เน็ต เป็นการพูดคุยแลกเปลี่ยนข้อมูลกันกับคนอื่น เช่น ใช้นัดหมายในการประชุมกลุ่ม ประชาสัมพันธ์กิจกรรมในห้องเรียน การแลกเปลี่ยนความรู้ ความคิดเห็นในการเรียน เป็นต้น โดยการใช้อินเทอร์เน็ตในการติดต่อสื่อสารและการทำงานร่วมกันนั้น สามารถใช้ช่องทางต่างๆ เช่น การใช้ อีเมล เว็บไซต์ บล็อก โปรแกรมสนทนา หรือ โปรแกรมสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ เช่น เฟซบุ๊ก (Facebook) ไลน์ (Line) อินสตาแกรม (Instagram) เป็นต้น

เครือข่ายสังคมออนไลน์ (Social Network)

การติดต่อสื่อสารผ่านอินเทอร์เน็ตโดยใช้ช่องทางต่างๆ เช่น การใช้ อีเมล เว็บไซต์ บล็อก โปรแกรมสนทนา ด้วยเรื่องหรือเนื้อหาที่มีความสนใจร่วมกัน และมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลกันก็จะกลายเป็น ชุมชนออนไลน์ (Online Community) และเมื่อบุคคลหรือหน่วยงานต่างๆ ได้ดำเนินงานหรือกิจกรรมต่างๆ ร่วมกันเป็นเครือข่ายเพื่อใช้ทรัพยากรร่วมกัน แลกเปลี่ยนแบ่งปันทรัพยากร ข้อมูลข่าวสาร ก็จะกลายเป็น เครือข่ายสังคมออนไลน์ (Social Network)

โดยในสังคมออนไลน์ มีทั้ง “คนดี” “คนร้าย” “ตัวจริง” “ตัวปลอม” เรื่องราวบน สังคมออนไลน์หากเริ่มแพร่กระจายไปแล้วจะไม่สามารถหยุดได้หรือหยุดยาก การใช้สื่อสังคมออนไลน์จึงต้องระมัดระวังเพราะอาจสร้างความเสียหายได้อย่างมากมาย การแลกเปลี่ยนความคิดเห็นควรอยู่ภายใต้การดูแลของผู้ปกครองหรือครู

ในปัจจุบันมีการใช้สื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งผู้ใช้สื่อจำเป็นต้องมีทักษะการสื่อสารและการทำงานร่วมกันเป็นทีม (Communication&Collaboration Skills) ซึ่งเป็นทักษะที่สำคัญสำหรับคนในศตวรรษที่ 21 เนื่องจากการทำงานใดจะสำเร็จได้จะต้องทำงานร่วมกันไม่ใช่ทำงานเพียงลำพัง เพราะจะทำให้ได้ความคิดที่หลากหลาย

โปรแกรมสื่อสารผ่านอินเทอร์เน็ตหรือโปรแกรมสื่อสังคมออนไลน์ (Social Media) เป็นโปรแกรมที่เน้นให้ผู้ใช้งานเป็นผู้ส่งข้อมูลและผู้รับข้อมูล โดยมีส่วนร่วมอย่างสร้างสรรค์ โปรแกรมสื่อสังคมออนไลน์จะมีีพื้นที่และบริการเครื่องมือเพื่ออำนวยความสะดวกในการสร้างเครือข่าย สร้างเนื้อหาตามความสนใจของผู้ใช้งานและเชื่อมโยงไปยังผู้ใช้ที่รู้จักหรือเพื่อน (Friend) ไปยังเพื่อนของเพื่อนจนกลายเป็นชุมชนที่ผู้ใช้สามารถแชร์ตัวตนและทุกๆ สิ่งที่สนใจ ประเภทของโปรแกรมสื่อสังคมออนไลน์มีหลายประเภทตัวอย่าง เช่น

ประโยชน์ในการใช้อินเทอร์เน็ตในการติดต่อสื่อสารและทำงานร่วมกัน

การติดต่อสื่อสารผ่านอินเทอร์เน็ตหรือผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์เป็นการส่งข้อมูลข่าวสารให้กระจายออกไปอย่างรวดเร็ว เนื่องจากเป็นการส่งข้อมูลกระจายออกไปสู่เพื่อน เพื่อนของเพื่อน ไปสู่ชุมชนออนไลน์ต่างๆ อย่างรวดเร็ว ดังนั้น ประโยชน์การใช้อินเทอร์เน็ตในการติดต่อสื่อสารทำให้เกิดการทำงานร่วมกัน เช่น

ข้อควรระวังของการใช้อินเทอร์เน็ตในการติดต่อสื่อสารและทำงานร่วมกัน

ข้อควรระวังในการติดต่อสื่อสารผ่านอินเทอร์เน็ต คือ ข้อมูลที่ถูกส่งออกไปจะต้องเป็นข้อมูลที่ดี มีความเหมาะสมกับผู้รับข้อมูล ต้องระมัดระวังผู้ไม่หวังดีที่ต้องการข้อมูลส่วนตัว หรือต้องการหลอกเอาทรัพย์สินเงินทอง หรือ ผู้ไม่หวังดีต้องการทำลายชื่อเสียง   ดังนั้น การติดต่อสื่อสารผ่านอินเทอร์เน็ตควรจะมีผู้ปกครองหรือคุณครูดูแล

ผู้ค้นหาจำเป็นต้องรู้จักหา คำสำคัญ (Keyword) ที่ใช้ในการค้นหา ต้องรู้จักสังเกตและเลือกนำข้อมูลจาก เว็บไซต์มีความน่าเชื่อถือ ต้องรู้จักนำข้อมูลจากหลายแหล่งมาเปรียบเทียบหาความสอดคล้อง เพื่อความสมบูรณ์ของข้อมูล โดยข้อมูลที่ดีต้องมีรายละเอียดครบทุกด้านไม่ว่าจะเป็นประโยชน์ โทษ ข้อดีและข้อเสียของข้อมูลนั้นๆ

การสืบค้นข้อมูลบนอินเทอร์เน็ต

เนื่องด้วยอินเทอร์เน็ตเป็นแหล่งข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ที่ใหญ่ที่สุด และมีการปรับปรุง (Update) ข้อมูลอยู่ตลอดเวลาโดยมี เว็บไซต์ (Website) ซึ่งเป็นเอกสารเก็บรวบรวมข้อมูลต่างๆ ทั้งข้อความ ภาพ เสียง และภาพเคลื่อนไหวขององค์กรต่างๆ นำออกมาเผยแพร่ โดยปัจจุบันมีจำนวนเว็บไซต์มากกว่า 1,200 ล้านเว็บไซต์ ซึ่งการหาข้อมูลสามารถหาได้จาก เว็บไซต์ที่ใช้ในการสืบค้นหรือที่เรียกว่า Search Engine เช่น

คำสำคัญที่ใช้ในการค้นหา (Keyword)

การค้นหาข้อมูลในอินเทอร์เน็ตจะต้องใช้ คีย์เวิร์ด (Keyword) หรือ คำสำคัญ ซึ่งคำที่ใช้ควรเป็นคำที่ตรงประเด็น กระชับจะทำให้ได้ผลลัพธ์ที่รวดเร็วและตรงตามความต้องการ เพื่อค้นหาข้อมูลต่างๆ ในเว็บไซต์ เช่น ชื่อเรื่อง หัวข้อ หัวเรื่อง หรือรายละเอียดอย่างย่อของข้อมูล

การพิจารณาผลการค้นหาข้อมูลที่ได้จากอินเทอร์เน็ต     

เมื่อใช้คำสำคัญในการค้นหาข้อมูลจะพบเว็บไซต์ต่างๆ แล้วสิ่งควรทำจะต่อไป คือการประเมินความน่าเชื่อถือของเว็บไซต์ โดยควร เลือกเว็บไซต์ที่มีความน่าเชื่อถือ เช่น .ac,.th, .or.th, .go.th, .co.th เลือกข้อมูลที่มีความทันสมัยโดยสังเกตวันที่เผยแพร่ข้อมูล สังเกตข้อมูลย่อๆ ว่าตรงกับที่ต้องการหรือไม่ และจุดประสงค์ที่ข้อมูลนี้ถูกส่งออกมา

การประเมินความน่าเชื่อถือของข้อมูล

เมื่อได้ข้อมูลจากการค้นหาแล้วและพิจารณาแล้วว่าเว็บไซต์ที่เลือกนำมาใช้เป็นเว็บไซต์ที่มีความน่าเชื่อถือขั้นตอนต่อไปก็คือการวิเคราะห์เนื้อหาโดยตรวจสอบว่าข้อมูลตรงกับ ความต้องการหรือไม่1 ชื่อผู้เขียนน่าเชื่อถือหรือไม่2 วันที่เผยแพร่ข้อมูล3 แล้วจึงนำข้อมูลมาทำการเปรียบเทียบความสอดคล้อง4 เพื่อให้ได้ความสมบูรณ์ของข้อมูลโดยใช้แหล่งข้อมูลหลายๆ แหล่ง5 แล้วจึงรวบรวมข้อมูลที่ได้นั้น นำไปประมวลผล วิเคราะห์หาทางเลือกเพื่อกลายเป็นสารสนเทศต่อไป

ลักษณะของข้อมูลที่ดี เมื่อค้นหาข้อมูลจากสื่อหรือแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้แล้ว นำมาประเมินผลข้อมูลด้วยการ เปรียบเทียบความสอดคล้อง ความสมบูรณ์จากแหล่งข้อมูลหลายแหล่ง แหล่งต้นตอของข้อมูล ผู้เขียน และวันที่เผยแพร่ข้อมูล โดยเมื่อได้ข้อมูลมาแล้วควรจะพิจารณาว่าข้อมูลที่ได้มีรายละเอียดที่สมบูรณ์หรือไม่ เช่น ข้อดีและข้อเสีย ประโยชน์และโทษ เป็นต้น โดยลักษณะของข้อมูลที่ดีควรมีลักษณะ ดังต่อไปนี้

ห่างไกลกันเหลือเกิน

ครูแอนให้นักเรียนทำรายงานเกี่ยวกับพืชสมุนไพรไทยที่สามารถนำมารักษาโรคได้ โดยการทำงานเป็นงานกลุ่ม ลิปดาต้องนัดเพื่อนมาทำรายงานที่บ้านวันเสาร์แต่เพื่อนทุกคนมีปัญหาด้านการเดินทางเพราะบ้านอยู่ไกลมาก ลิปดาจะแก้ปัญหานี้อย่างไรดี

ภารกิจ : 1. ให้คุณครูสมมติเหตุการณ์ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มแก้ไขปัญหา 5 เหตุการณ์

  1. ให้นักเรียนออกมานำเสนอหน้าชั้นเรียนโดยจะต้องบอกว่าจะใช้โปรแกรมที่ใช้การสื่อสารผ่านอินเทอร์เน็ตประโยชน์ของโปรแกรมและข้อควรระวังในการใช้มีอะไรบ้าง

วัสดุอุปกรณ์ : 1. คอมพิวเตอร์  2.เครื่องเขียนและอุปกรณ์อื่นๆ ที่คุณครูกำหนด

รวบรวมข้อมูล : โปรแกรมที่ใช้ในการติดต่อสื่อสารผ่านอินเทอร์เน็ตการใช้อินเทอร์เน็ตในการติดต่อสื่อสารและทำงานร่วมกัน

วางแผน ออกแบบ : แบ่งหน้าที่การทำงานพร้อมกับวางแผนการเขียนตัวอย่างการใช้สื่อสังคมออนไลน์ในการทำงาน

จดหมายประชาสัมพันธ์กิจกรรมในโรงเรียน

ระบุปัญหา : คุณพ่อครับเดือนหน้าโรงเรียนมีกิจกรรมเรียนรู้กับลูกรักในหัวข้อ “การใช้หุ่นยนต์เป็นสื่อในการสอนวิชาเทคโนโลยี” คุณพ่อทราบหรือไม่ครับ คุณพ่อตอบจริงหรือคุณพ่อไม่ทราบว่าก่อนเลยหรือว่าจดหมายมาไม่ถึงบ้านเราแน่เลย

ภารกิจ : ให้คุณครูกำหนดกิจกรรมภายในโรงเรียน ให้นักเรียนเขียนจดหมายประชาสัมพันธ์ให้ผู้ปกครองได้รับทราบ โดยใช้การติดต่อสื่อสารผ่านอินเทอร์เน็ต เช่น อีเมล บล็อก โปรแกรมสนทนา โดยจดหมายนั้นควรบูรณาการกับวิชาภาษาไทย

วัสดุอุปกรณ์ : 1. คอมพิวเตอร์  2. อุปกรณ์เครื่องเขียน 3. อุปกรณ์ที่คุณครูกำหนด

รวบรวมข้อมูล : นักเรียนเข้าใจการค้นหาข้อมูลรูปแบบการเขียนจดหมายประชาสัมพันธ์ในอินเทอร์เน็ต การพิจารณาผลการค้นหา การประเมินความน่าเชื่อถือของข้อมูล และลักษณะของข้อมูลที่ดี หรือไม่

ออกแบบและวางแผน

ออกแบบและวางแผนการใช้อินเทอร์เน็ตค้นหาความรู้การพิจารณาผลการค้นหา การประเมินความน่าเชื่อถือข้อมูลและลักษณะของข้อมูลที่ดี

ลงมือปฏิบัติ และ ทดสอบชิ้นงาน

ให้นักเรียนลงมือทำตามแผนที่กำหนดไว้

ประเมินผลและปรับปรุงแก้ไข

  1. นักเรียนสามารถทำภารกิจนี้สำเร็จหรือไม่
  2. นักเรียนพบปัญหาจากการทำภารกิจนี้หรือไม่
  3. นักเรียนมีวิธีการแก้ไขปัญหาอย่างไร