Top
 

วิทยาการคำนวณ ป.6 หน่วย 3 เรื่อง ใช้อินเทอร์เน็ตในการค้นหาข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพ

Imagineering Education / บทเรียนวิชาวิทยาการคำนวณ  / DIGITAL KIDS  / วิทยาการคำนวณ ป.6 หน่วย 3 เรื่อง ใช้อินเทอร์เน็ตในการค้นหาข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพ

วิทยาการคำนวณ ป.6 หน่วย 3 เรื่อง ใช้อินเทอร์เน็ตในการค้นหาข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพ

ระดับชั้น : ประถมศึกษาปีที่ 6
หน่วยที่ : 3
เรื่อง : ใช้อินเทอร์เน็ตในการค้นหาข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพ
สาระ : สาระที่ 4 เทคโนโลยี
ตัวชี้วัด :
ว 4.2 ป 6/3 ใช้อินเทอร์เน็ตในการค้นหาข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพ

ทักษะการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT Literacy )

คือ ทักษะการใช้อุปกรณ์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในการสืบค้น จัดกระทำประเมินและสื่อสารข้อมูลความรู้ตลอดจนรู้เท่าทันสื่อโดยการใช้สื่อต่างๆ ได้อย่างเหมาะสมมีประสิทธิภาพ

แนวคิดสำคัญ

  • การค้นหาอย่างมีประสิทธิภาพ เป็นการค้นหาข้อมูลที่ได้ตรงตามความต้องการในเวลาที่รวดเร็ว จากแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือหลายแหล่ง และข้อมูล มีความสอดคล้องกัน
  • การใช้เทคนิคการค้นหาขั้นสูง เช่น การใช้ตัวดำเนินการการระบุรูปแบบของข้อมูลหรือชนิดของไฟล์
  • การจัดลำดับผลลัพธ์จากการค้นหาของโปรแกรมค้นหา
  • การเรียบเรียง สรุปสาระสำคัญ (บูรณาการกับวิชาภาษาไทย)

 

*เนื้อหาและรูปภาพการ์ตูนลิปดาโพล่านี้คือตัวอย่างหนังสือวิทยาการคำนวณ เป็นลิขสิทธิ์ของบริษัทอิมเมจิเนียริ่ง เอ็ดดูเคชั่น จำกัด ไม่อนุญาตให้นำภาพประกอบไปใช้ในเชิงธุรกิจหรือแสวงหาผลกำไรต่าง ๆ หากต้องการนำเนื้อหาและรูปภาพไปใช้รบกวนติดต่อทีมงานก่อนทุกครั้ง เพื่อส่งเรื่องให้ทางผู้บริหารพิจารณาอนุมัติ

อินเทอร์เน็ต (Internet)

เป็นระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่ใหญ่ที่สุด ที่เกิดจากการเชื่อมโยงเครือข่ายคอมพิวเตอร์จำนวนมาก บนโลกใบนี้เข้าด้วยกัน โดยแต่ละเครือข่ายจะต้องมีแม่ข่าย (Server) ที่เรียกว่า โฮสต์ (Host) เป็นคอมพิวเตอร์ศูนย์กลางทำหน้าที่ประมวลผลข้อมูลที่รับมาจากเครื่องคอมพิวเตอร์อื่นๆ

องค์ประกอบของอินเทอร์เน็ต

1.ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต ISP

หมายถึง หน่วยงาน หรือ องค์กรผู้ที่ให้บริการอินเทอร์เน็ต แก่บุคคลทั่วไป โดยผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตรายใหญ่ที่สุดของไทย คือ การสื่อสารแห่งประเทศไทย หรือ กสท. แล้วเชื่อมโยงไปยังผู้ให้บริการรายอื่น เช่น TOT, 3BB, True, AIS ซึ่งจะเชื่อมไปยังผู้ใช้งานตามบ้านเรือนและบริษัทต่าง ๆ

2.การเชื่อมต่อสัญญาณความเร็วสูง ใยแก้วนำแสง (Optical Fiber)

เป็นสายสัญญาณอีกชนิดหนึ่งที่ทำจากเส้นใยพิเศษที่สามารถรับ – ส่งข้อมูลได้ดีกว่าสายโทรศัพท์ทั่วไปและรวดเร็วมากกว่า

3.การสื่อสารแบบไร้สาย

เป็นระบบการสื่อสารโดยใช้คลื่นวิทยุและคลื่นไมโครเวฟ รับ-ส่งสัญญาณแบบไร้สายจากดาวเทียม

4.เร้าเตอร์ (Router)

เป็นอุปกรณ์ที่ทำหน้าที่เปลี่ยนรูปแบบสัญญาณข้อมูลระหว่างอะนาล็อกและดิจิทัล ความเร็วในการส่งผ่านข้อมูลของเร้าเตอร์มีหน่วยเป็นบิตต่อนาที (bps)

5.คอมพิวเตอร์ลูกข่าย (Client)

เป็นคอมพิวเตอร์ทั่วไปที่รับ – ส่งข้อมูลมาจากเครื่องแม่ข่าย อาจจะเป็นเครื่องคอมพิวเตอร์แบบตั้งโต๊ะเครื่องโน้ตบุ๊ค เครื่องแล็ปท็อป ฯลฯ ก็จัดเป็นเครื่องลูกข่ายทั้งสิ้น

เว็บเบราว์เซอร์ (Web Browser)

เครื่องมือหรือโปรแกรมที่เป็นเครื่องมือที่ใช้อ่านข้อมูลเอกสารบนเว็บไซต์ (Web Site) และเว็บเพจ (Web Page) ต่าง ๆ โดย เว็บเบราว์เซอร์ จะเชื่อมต่อกับ เว็บเซิร์ฟเวอร์ ซึ่งเป็นที่เก็บข้อมูลต่างๆ ผ่านเครือข่าย อินเทอร์เน็ต

โปรแกรมเว็บเบราว์เซอร์ (Web Browser) ในปัจจุบันมีโปรแกรมเว็บเบราว์เซอร์หลายโปรแกรมด้วยกัน ตัวอย่างเช่น

-Microsoft Edge พัฒนาโปรแกรมโดยบริษัทไมโครซอฟท์

-Google Chrome  พัฒนาโปรแกรมโดย Google

-ซาฟารี (Safari) พัฒนาโดยบริษัทแอปเปิล คอมพิวเตอร์ สำหรับเครื่องแมคอินทอช โดยมาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Mac OS X

-Mozilla Firefox พัฒนาโดยบริษัท Mozilla

เว็บเพจ (Web Page) คือ เอกสารที่ข้อมูลต่างๆ ที่ใช้ในการเผยแพร่ผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ไม่ว่าจะเป็น ข้อความ ภาพ เสียง ภาพเคลื่อนไหว ซึ่งสามารถจัดการให้เชื่อมต่อไปสู่ เว็บเพจอื่นภายในเว็บไซต์เดียวกัน หรือเชื่อมต่อไปยังเว็บไซต์ภายนอก ผ่านทาง ไฮเปอร์ลิงก์ (Hyperlink)

เว็บไซต์ (Website) คือหน้าเว็บเพจหลายหน้ามารวมกัน ซึ่งจะถูกเชื่อมโยงเข้าด้วยกัน ด้วยสิ่งที่ที่เรียกว่า ไฮเปอร์ลิงก์ (HyperLink) หรือนิยมเรียกสั้นๆ ว่า ลิงก์ (Link) หน้าแรกของเว็บไซต์จะเรียกว่า โฮมเพจ (Home Page) ซึ่งเป็นตำแหน่งที่เชื่อมต่อของเว็บเพจจะเรียกว่า URL หรือ โดเมนเนม ของเว็บไซต์ เช่น www.youtube.com เป็นต้น

ไฮเปอร์ลิงก์ (HyperLink) หรือ ลิงก์

คือการเชื่อมโยงของเว็บเพจหรือเอกสารภายในเว็บเพจต่างๆ บนอินเทอร์เน็ต โดยเป็นลักษณะการเชื่อมจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่ง ซึ่งสามารถแบ่งการลิงก์บนเว็บเพจ ออกได้เป็น 2 แบบคือ

  1. การลิงก์ภายในหน้าเว็บไซต์เดียวกัน
  2. การลิงก์ไปยังเว็บไซต์อื่น

โฮมเพจ (Home Page) เป็นคำที่ใช้เรียกหน้าแรกของเว็บไซต์ โดยจะเปรียบเสมือนกับเป็นสารบัญคำนำที่เจ้าของเว็บไซต์นั้นได้สร้างขึ้น เพื่อใช้ประชาสัมพันธ์องค์กรของตนเพื่อเชื่อมโยงไปยังข้อมูลหรือเว็บเพจต่างๆทั้งภายในเว็บไซต์และภายนอก

โดเมนเนม (Domain Name) หมายถึงชื่อที่อยู่ของเว็บไซต์บนอินเทอร์เน็ตหรือจะเรียกว่า URL โดยจะต้องทำการจดทะเบียนกับองค์กรต่างๆ เช่น ถ้าชื่อลงท้ายด้วย (นามสกุล) .co.th ต้องจดทะเบียนที่  www.thnic.co.th

การใช้อินเทอร์เน็ตในการค้นหาข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพ

การค้นหาอย่างมีประสิทธิภาพ ผู้ค้นต้องมี เทคนิคในการค้นหาข้อมูลให้ได้ข้อมูลที่ตรงตามความต้องการในเวลาที่รวดเร็ว และนำข้อมูลจากแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือหลายแหล่ง ที่มีความสอดคล้องกัน และนำมาจัดลำดับผลลัพธ์จากการค้นหา การเรียบเรียง สรุปสาระสำคัญ เพื่อนำมาทำเป็นรายงานต่อไป

  1. การค้นหาข้อมูล

ให้กำหนดหัวข้อและเลือก คำสำคัญ (Keyword) ที่เหมาะสม ในการค้นหา และต้องรู้จักใช้ เทคนิคการค้นหาขั้นสูง เช่น

ใช้ตัวดำเนินการ การระบุรูปแบบของข้อมูล หรือชนิดของไฟล์ ในการค้นหา

  1. การพิจารณาผลการค้นหา

ให้พิจารณาเลือกใช้ข้อมูลจาก เว็บไซต์ที่น่าเชื่อถือ และจากหลายแหล่ง และนำมาจัดลำดับผลลัพธ์จากการค้นหา

  1. ประเมินความน่าเชื่อถือของข้อมูล

โดยนำข้อมูลที่ได้จากหลายแหล่งนำมา เปรียบเทียบ หาความสอดคล้อง เพื่อให้ได้ความสมบูรณ์ของข้อมูล โดยจะต้องประเมินแหล่งต้นตอของข้อมูล ผู้เขียน วันที่เผยแพร่

  1. เรียบเรียงข้อมูล และสรุปสาระสำคัญ

นำข้อมูลที่ได้มา เรียบเรียงและสรุปสาระสำคัญ พร้อมทั้งพิจารณารายละเอียดหรือลักษณะของข้อมูลความสมบูรณ์ของข้อมูล ข้อมูลที่ดีต้องมีรายละเอียดครบทุกด้าน เช่น ข้อดีและข้อเสีย ประโยชน์และโทษ เพื่อนำไปทำเป็นรายงานต่อไป

การค้นหาข้อมูล

               เนื่องด้วยอินเทอร์เน็ตเป็นแหล่งข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ที่ใหญ่ที่สุด และมีการปรับปรุง (Update) ข้อมูลอยู่ตลอดเวลาโดยมี เว็บไซต์ (Website) ซึ่งเป็นเอกสารเก็บรวบรวมข้อมูลต่างๆ ทั้งข้อความ ภาพ เสียง และภาพเคลื่อนไหวขององค์กรต่างๆ นำออกมาเผยแพร่ โดยปัจจุบันมีจำนวนเว็บไซต์มากกว่า 1,200 ล้านเว็บไซต์ ซึ่งการหาข้อมูลสามารถหาได้จาก เว็บไซต์ที่ใช้ในการสืบค้นหรือที่เรียกว่า Search Engine เช่น

เว็บไซต์สำหรับสืบค้น (Search Engine)

คือ เครื่องมือหรือโปรแกรมที่ใช้ในการค้นหาข้อมูลบนเว็บไซต์ต่างๆ โดยการกรอกข้อมูลหรือคำสำคัญ (Keyword) ที่ต้องการค้นหา เข้าไปใส่ช่องค้นหา (Search Box) แล้ว รายชื่อเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับคำสำคัญจะถูกแสดงออกมา

การค้นหาข้อมูลด้วย www.google.com

Google เป็นเว็บไซต์ฐานข้อมูลที่ใช้สำหรับสืบค้น (Search Engine)

การใช้เทคนิคในการค้นหา

หมายถึง วิธีการที่ใช้ในการค้นหา เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ตรงกับความต้องการมากที่สุด เทคนิคในการค้นหานั้น สามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ

  1. การค้นหาแบบพื้นฐาน (Basic Search) เป็นการค้นหาโดยใช้ คำสำคัญ หรือคีย์เวิร์ด(Keyword) ซึ่งคำที่ใช้ควรเป็นคำที่ตรงประเด็น กระชับจะทำให้ได้ผลลัพธ์ที่รวดเร็วและตรงตามความต้องการ เพื่อค้นหาข้อมูลในเว็บไซต์ โดยคำสำคัญต่างๆ เช่น
  2. ชื่อผู้แต่ง เป็นการค้นหาโดยใช้ชื่อผู้แต่งซึ่งอาจจะเป็นชื่อบุคคล กลุ่มคน นามปากกา หรือเจ้าของบทความ เช่น ชื่อหน่วยงาน/องค์กร ที่เป็นผู้แต่งหรือผู้เผยแพร่บทความ เช่น รศ.ดร. วรรณพงษ์ เตรียมโพธิ์ เป็นต้น
  3. ชื่อเรื่อง เป็นการค้นหาข้อมูล ด้วยชื่อเรื่อง เช่น ชื่อหนังสือ ชื่อบทความ ชื่อเรื่องสั้น นวนิยาย ชื่องานวิจัย หรือวิทยานิพนธ์ เช่น ชนิดของคำในภาษาไทย เป็นต้น
  4. หัวเรื่อง คือ คำสั้นๆ ที่กำหนดขึ้นมา เพื่อใช้แทนภาพรวมของเนื้อหาหรือข้อมูลที่ต้องการค้นหา เช่น การท่องเที่ยวจังหวัดกระบี่ เป็นต้น
  5. คำหรือวลีสั้นๆ คือ การค้นหาด้วยคำหรือวลีสั้นๆ โดยทั่วไปคำจะมีลักษณะที่สั้น กะทัดรัด ได้ใจความ มีความหมาย เป็น

คำนามหรือเป็นศัพท์ ภายในเนื้อหาข้อมูลที่ต้องการ เช่น การเดินทางไปทะเลแหวก เป็นต้น

  1. การใช้เทคนิคการค้นหาขั้นสูง (Advanced Search)

เป็นการเพิ่มความซับซ้อนในการค้นหามากกว่าการค้นหาแบบพื้นฐานโดยมีเทคนิคที่ช่วยให้การค้นหาได้ผลลัพธ์การค้นหาที่แคบลง หรือตรงกับความต้องการมากที่สุด เช่น การตัดคำ การจำกัดการค้นหาการใช้ตัวดำเนินการ การระบุรูปแบบของข้อมูลหรือชนิดของไฟล์ ดังรายละเอียดต่อไปนี้

1.การใช้เครื่องหมายคำพูด “…” ในกรณีที่ต้องการคำเฉพาะ เช่น “windows 10” หากไม่ใส่เครื่องหมายคำพูด จะทำให้ได้ผลัพธ์ของทั้ง “Windows” และ “10” ไม่ใช้ “Windows 10” ซึ่งเป็นคำเฉพาะที่ต้องการ

2.ใช้เครื่องหมายดอกจันแทนคำที่คุณจำไม่ได้ “….** โดยหากต้องการค้นหาบางคำแต่จำคำได้ไม่ครบถ้วนให้ใส่เครื่องหมายดอกจันต่อท้าย *  เช่น คำชวัญประจำนครปฐม

3.การใช้เครื่องหมายบวกลบเพื่อคัดเลือกคำ  + (บวก) หน้าคำที่ต้องการจริง  – (ลบ) ใช้นำหน้าคำที่ไม่ต้องการ  เช่น การท่องเที่ยวที่ไม่ใช่ภูเขา แต่เป็นทะเล

  1. ระบุประเภทของเว็บไซต์ เช่น ค้นหาโรงเรียนเฉพาะเว็บไซต์ของสถานศึกษาในประเทศไทย โรงเรียน Site:ac.th

 

การใช้เทคนิคสืบค้นข้อมูลโดยใช้ตัวดำเนินการ หรือ ตรรกบูลีน (Boolean Logic) เป็นการค้นหา โดยใช้คำเชื่อม 3 ตัว คือ AND, OR, NOT ดังนี้

หมายเหตุ : หรือผู้ค้นหาสามารถใช้ตัวดำเนินการเชื่อมต่อกันก็ได้ เช่น … and …. not …..   

 

  1. คำเชื่อม AND คือ การค้นหาโดยจะต้องมีคำนั้นๆ มาแสดงเพิ่มขึ้นด้วย เช่น ทะเล AND ภูเขา  หมายถึงให้แสดงข้อความที่มีทั้ง ทะเลและภูเขา ขึ้นมาแสดงผลการค้นหา
  2. คำเชื่อม OR คือ การค้นหาโดยจะต้องนำคำใดคำหนึ่งที่พิมพ์ลงไปมาแสดง หรือทั้งสองคำ เช่น สถานที่ท่องเที่ยว ภูเขา OR น้ำตก หมายถึง ให้แสดงสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็น ภูเขา หรือ น้ำตก หรือแสดงอย่างใดอย่างหนึ่ง
  3. คำเชื่อม NOT คือ การค้นหาโดยไม่ให้เลือกคำนั้นๆ มาแสดง เช่น สถานที่ท่องเที่ยว NOT วัด หมายถึง สถานที่ท่องเที่ยว ที่ไม่ใช่วัด
  4. ค้นหาไฟล์ เช่น ระบุชนิดของไฟล์เอกสาร เช่น pdf, ppt, doc เป็นต้น filetype:pdf ท่องเที่ยว
    การพิจารณาผลการค้นหาข้อมูล

เมื่อใช้คำสำคัญในการค้นหาข้อมูลจะพบเว็บไซต์ต่างๆ แล้วสิ่งควรทำจะต่อไป คือ การประเมินความน่าเชื่อถือของเว็บไซต์ โดยควร  เลือกเว็บไซต์ที่มีความน่าเชื่อถือ  เช่น .ac.th , .or.th , .go.th , .co.th  เลือกข้อมูลที่มีความทันสมัยโดยสังเกตวันที่เผยแพร่ข้อมูล สังเกตข้อมูลย่อๆ ว่าตรงกับที่ต้องการหรือไม่ และ จุดประสงค์ที่ข้อมูลนี้ถูกส่งออกมา

  1. การจัดลำดับผลลัพธ์การค้นหา เนื่องจากการค้นหาข้อมูลในอินเทอร์เน็ต โดยปกติจะได้ปริมาณผลลัพธ์ของเว็บไซต์จำนวนมาก ผู้ค้นหาจึงจำเป็นต้องมีการจัดลำดับผลลัพธ์การค้นหา ซึ่งก็คือ การจัดกลุ่ม จัดเรียงข้อมูลผลลัพธ์ โดยก่อนจะจัดกลุ่มจัดเรียงเว็บไซต์ต้องเข้าใจ ลักษณะของข้อมูลพื้นฐานของเว็บไซต์ ซึ่งประกอบด้วยรายละเอียดหลักๆ ดังต่อไปนี้

3. การประเมินความน่าเชื่อถือของข้อมูล
เมื่อได้ข้อมูลจากการค้นหาแล้วและพิจารณาแล้วว่าเว็บไซต์ที่เลือกนำมาใช้เป็นเว็บไซต์ที่มีความน่าเชื่อถือ ขั้นตอนต่อไปก็คือการวิเคราะห์เนื้อหาโดยตรวจสอบว่าข้อมูลตรงกับ ความต้องการหรือไม่ ชื่อผู้เขียนน่าเชื่อถือหรือไม่ วันที่เผยแพร่ข้อมูล แล้วจึงนำข้อมูลมาทำการเปรียบเทียบความสอดคล้อง และจัดกลุ่มเนื้อหา เพื่อให้ได้ความสมบูรณ์ของข้อมูลโดยใช้แหล่งข้อมูลหลายแหล่ง แล้วจึงรวบรวมข้อมูลที่ได้นั้นนำไปประมวลผล วิเคราะห์หาทางเลือกเพื่อกลายเป็นสารสนเทศต่อไป

  1. การประเมินความน่าเชื่อถือของข้อมูล

เมื่อได้ข้อมูลจากการค้นหาแล้วและพิจารณาแล้วว่าเว็บไซต์ที่เลือกนำมาใช้เป็นเว็บไซต์ที่มีความน่าเชื่อถือ ขั้นตอนต่อไปก็คือการวิเคราะห์เนื้อหาโดยตรวจสอบว่าข้อมูลตรงกับ ความต้องการหรือไม่ ชื่อผู้เขียนน่าเชื่อถือหรือไม่ วันที่เผยแพร่ข้อมูล แล้วจึงนำข้อมูลมาทำการเปรียบเทียบความสอดคล้อง และจัดกลุ่มเนื้อหา เพื่อให้ได้ความสมบูรณ์ของข้อมูลโดยใช้แหล่งข้อมูลหลายแหล่ง แล้วจึงรวบรวมข้อมูลที่ได้นั้นนำไปประมวลผล วิเคราะห์หาทางเลือกเพื่อกลายเป็นสารสนเทศต่อไป

4. การเรียบเรียงข้อมูลและสรุปสาระสำคัญ
การเรียบเรียงข้อมูลและสรุปสาระสำคัญ เป็นการนำข้อมูลที่ได้มาในเรื่องเดียวกันมาวิเคราะห์ ตีความ ทำความเข้าใจ เพื่อสรุปประเด็นเนื้อหาอย่างเป็นระบบให้ได้คำตอบตามที่ต้องการและสามารถอภิปรายให้กับบุคคลอื่นได้ โดยหลักการเรียบเรียงข้อมูลและสรุปสาระสำคัญก็คือ การสังเคราะห์สารสนเทศ ซึ่งมีหลักการดังต่อไปนี้

สรุปกระบวนการตั้งแต่การค้นหาข้อมูลจนสามารถเรียบเรียงสรุปสาระสำคัญ

ข้อมูลที่ได้้จากการสืบค้นมีจำนวนมาก ผู้ค้นหาจำเป็นต้องพิจารณาผลการค้นหาประเมินความน่าเชื่อถือของข้อมูล นำข้อมูลมาวิเคราะห์เพื่อจับประเด็นเนื้อหาที่ตรงกับความต้องการและสังเคราะห์โดยการจัดกลุ่มความสัมพันธ์ของเนื้อหาเพื่อนำเสนออย่างสร้างสรรค์

การค้นหาอย่างมีประสิทธิภาพ

จุดประสงค์ : ใช้อินเทอร์เน็ตในการค้นหาข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพ (ว.4.2 ป.6/3)

อ่านเพื่อสร้างแรงบันดาลใจ

คุณครูถามลิปดาว่า กำลังทำอะไรอยู่ ลิปดาตอบว่ากำลังค้นหาข้อมูลจากอินเทอร์เน็ต แต่หาอย่างไรก็ไม่เจอสิ่งที่ต้องการคะ ลิปดาก็เข้าเว็บไซต์สำหรับการค้นหาข้อมูลแล้วก็พิมพ์สิ่งที่อยากทราบลงไปแล้ว คุณครูจึงอธิบาย ว่าการค้นหาข้อมูลจากอินเทอร์เน็ตนั้น จำเป็นต้องรู้จักเลือกใช้คำที่เหมาะสม ต้องพิจารณาผลการค้นหา ต้องประเมินความน่าเชื่อถือของข้อมูล ต้องจัดลำดับผลลัพธ์จากการค้นหา และจึงนำมาเรียบเรียงและสรุปสาระสำคัญ

กำหนดปัญหา : การใช้อินเทอร์เน็ตในการค้นหาข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพ

ขั้นตอนการทำกิจกรรม

  1. ให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม 3-4 คน อ่านใบความรู้หน้า 86-89
  2. ให้นักเรียนจับฉลากเลือกข้อมูลที่คุณครูต้องการให้นักเรียนค้นหา 1 ตัวอย่าง โดยให้คุณครูเป็นผู้กำหนดหัวข้อที่ต้องการให้ค้นหามา 5 ตัวอย่าง
  3. ให้นักเรียนใช้ลำดับขั้นตอนการใช้อินเทอร์เน็ตในการค้นหาข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพค้นหาข้อมูลที่จับฉลากเลือกมาได้
  4. ให้นักเรียนนำเสนอผลงานการใช้อินเทอร์เน็ตในการค้นหาหน้าชั้นเรียนโดยให้บรรยายและแสดงวิธีการค้นหาข้อมูลอย่างละเอียด

วิเคราะห์ผล

ให้นักเรียนเปรียบเทียบลำดับขั้นตอนและผลการใช้อินเทอร์เน็ตในการค้นหาข้อมูลของนักเรียนกับเพื่อนต่างกลุ่มว่ามีความเหมือนกันหรือแตกต่างกันอย่างไร

สรุปท้ายกิจกรรม

  1. ให้นักเรียนแสดงลำดับขั้นตอนการใช้อินเทอร์เน็ตในการค้นหาข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพ
  2. ให้นักเรียนเขียนวิธีการค้นหาข้อมูลลงในสมุดบันทึก

คำถามต่อยอดความรู้

นักเรียนสามารถนำความรู้เรื่องการใช้อินเทอร์เน็ตในการค้นหาข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพไปใช้ประโยชน์อย่างไรในชีวิตประจำวันบ้าง

สำรวจทักษะที่ได้รับ

จากกิจกรรมนี้นักเรียนคิดว่านักเรียนได้รับทักษะอะไรบ้าง

การใช้เทคนิคการค้นหาขั้นสูง

จุดประสงค์ : ใช้อินเทอร์เน็ตในการค้นหาข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพ (ว.4.2 ป.6/3)

อ่านเพื่อสร้างแรงบันดาลใจ

คุุณครูคะ ลิปดาอ่านข้อมูลมาว่ามีการใช้เทคนิคการค้นหาขั้นสูงในการค้นหาข้อมูลในอินเทอร์เน็ตด้วยหรือคะ คุณครูจึงตอบว่าใช่แล้วจ้า การใช้เทคนิคการค้นหาขั้นสูง จะช่วยทำให้เราสามารถได้ข้อมูลที่ตรงตามความต้องการในเวลาที่รวดเร็ว

ขั้นตอนการทำกิจกรรม

  1. ให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม 3-4 คน อ่านใบความรู้หน้า 92-93
  2. ให้นักเรียนจับฉลากเลือกข้อมูลที่คุณครูต้องการให้นักเรียนค้นหา 1 ตัวอย่าง โดยให้คุณครูเป็นผู้กำหนดหัวข้อที่ต้องการให้ค้นหามา 5 ตัวอย่าง
  3. ให้นักเรียนใช้เทคนิคการค้นหาขั้นสูงในค้นหาข้อมูลที่จับฉลากเลือกมาได้
  4. ให้นักเรียนนำเสนอผลงานการใช้การค้นหาขั้นสูงหน้าชั้นเรียนโดยให้บรรยายและแสดงวิธีการค้นหาข้อมูลอย่างละเอียด

วิเคราะห์ผล

ให้นักเรียนเปรียบเทียบการใช้เทคนิคการค้นหาขั้นสูงของนักเรียนกับเพื่อนต่างกลุ่มว่ามีความเหมือนกันหรือแตกต่างกันอย่างไร

สรุปท้ายกิจกรรม

  1. ให้นักเรียนอธิบายและเขียนแผนภาพความคิดการใช้เทคนิคการค้นหาขั้นสูงว่ามีอะไรบ้าง
  2. ให้นักเรียนยกตัวอย่างการใช้เทคนิคการค้นหาขั้นสูงในการค้นหาข้อมูลในอินเทอร์เน็ตมา 1 ตัวอย่าง

คำถามต่อยอดความรู้

นักเรียนสามารถนำความรู้เรื่องการใช้เทคนิคการค้นหาขั้นสูงไปใช้ประโยชน์อย่างไรในชีวิตประจำวันบ้าง

สำรวจทักษะที่ได้รับ

จากกิจกรรมนี้นักเรียนคิดว่านักเรียนได้รับทักษะอะไรบ้าง

กำหนดปัญหา : การใช้เทคนิคการค้นหาขั้นสูงเป็นอย่างไร

ค้นหาอย่างมีประสิทธิภาพ (เกษตรทฤษฎีใหม่)

ลิปดาดูข่าวเกษตรกรประสบปัญหา พืชผลทางการเกษตรราคาตกต่ำ และนึกขึ้นได้ว่ามีโครงการของในหลวง รัชกาลที่ 9  ที่สามารถช่วยเหลือพี่น้องชาวเกษตรได้เพื่อทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้นจึงอยากค้นหาข้อมูลเพื่อนำความรู้ไปเผยแพร่

ภารกิจ : 1.ให้นักเรียนหาโครงการในพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่ 9 ซึ่งเป็นโครงการเกี่ยวกับการเกษตร โดยนักเรียนแต่ละกลุ่มต้องใช้อินเทอร์เน็ตค้นหาอย่างมีประสิทธิภาพให้ได้ข้อมูลที่หลากหลาย

2.ให้นักเรียนออกมานำเสนอหน้าชั้นเรียนพร้อมอธิบายวิธีการค้นหาข้อมูล

วัสดุอุปกรณ์ : 1. คอมพิวเตอร์-เครื่องเขียนและอุปกรณ์อื่นๆ ที่คุณครูกำหนด

รวบรวมข้อมูล : การค้นหาข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพโดยการใช้เทคนิคขั้นสูงในการค้นหาข้อมูลเกี่ยวข้องกันอย่างไร

วางแผน ออกแบบ : แบ่งหน้าที่การทำงานพร้อมกับวางแผนการใช้อินเทอร์เน็ตค้นหาข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพ

ลิปดาจะอ่านเรื่องไหนดี

ระบุปัญหา : คุณแม่คะ ลิปดาเรียกคุณแม่ คุณครูให้การบ้านให้ลิปดาอ่านวรรณกรรมสำหรับเยาวชน 1 เรื่อง ลิปดาจะอ่านเรื่องอะไรดีคะ คุณแม่บอกว่า แล้วคุณครูบอกว่าอย่างไรล่ะ คุณครูบอกให้ลิปดาใช้อินเทอร์เน็ตในการค้นหาข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพ ค้นหาและนำเสนอหน้าชั้นเรียน

ภารกิจ : ให้แต่ละกลุ่มใช้อินเทอร์เน็ตในการค้นหาวรรณกรรมสำหรับเยาวชนที่ชอบ โดยใช้เทคนิคค้นหาขั้นสูง และนำข้อมูลที่ได้มาเรียบเรียงและสรุปสาระสำคัญ นำเสนอให้เพื่อนๆ

วัสดุอุปกรณ์ : 1. คอมพิวเตอร์  2. อุปกรณ์เครื่องเขียน 3. อุปกรณ์ที่คุณครูกำหนด

หมายเหตุ : หัวข้อเนื้อหาความรู้ที่ต้องการ คุณครูสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามความเหมาะสม

รวบรวมข้อมูล :   นักเรียนเข้าใจการค้นหาข้อมูลในอินเทอร์เน็ตอย่างมี ประสิทธิภาพโดยใช้เทคนิคขั้นสูง การประเมิน วิเคราะห์ เรียบเรียงสรุปสาระสำคัญข้อมูลหรือไม่

ออกแบบและวางแผน

วางแผนและออกแบบแผนการใช้อินเทอร์เน็ตค้นหาความรู้ อย่างมีประสิทธิภาพ โดยใช้เทคนิคขั้นสูง และนำข้อมูลมาประเมิน วิเคราะห์ เรียบเรียงและสรุปสาระสำคัญ

ลงมือปฏิบัติ และ ทดสอบชิ้นงาน

ให้นักเรียนลงมือทำตามแผนที่กำหนดไว้

ประเมินผลและปรับปรุงแก้ไข

  1. นักเรียนสามารถทำภารกิจนี้สำเร็จหรือไม่
  2. นักเรียนพบปัญหาจากการทำภารกิจนี้หรือไม่

3. นักเรียนมีวิธีการแก้ไขปัญหาอย่างไร